สำนักโลจิสติกส์ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่
สำนักโลจิสติกส์
หน้าหลักLogistics ติดต่อเรา Site Map
กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่
 
สำนักโลจิสติกส์


สำนักโลจิสติกส์
สำนักโลจิสติกส์
รายงานการศึกษา
บทความโลจิสติกส์
วิดีทัศน์โลจิสติกส์
ความรู้ทั่วไป
ข้อมูลสมาชิก
อุตสาหกรรม
 
http://lpi.dpim.go.th
กรณีตัวอย่างโครงการนำร่อง
ตัวชี้วัดเชิงประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์
เอกสารประชุมสัมมนา
green logistics
คำถามพบบ่อย
eco-town
เอกสารเผยแพร่
กันยายน 2557
อา พฤ
1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30
ดูกิจกรรมทั้งหมด
เจ้าหน้าที่เข้าทำงาน
สมัครสมาชิกใหม่
industry4u
facebook
e-learning1
Complaint
Complaint
Complaint

 

 

ทิศทางการพัฒนาของไบโอดีเซล
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สถาพร อมรสวัสดิ์วัฒนา, 10 กรกฎาคม 2552
การพัฒนาไมโอดีเซลเริ่มต้นในห้องทดลองเล็กในปี 2530 ที่ สถาบันการพัฒนาวิศวกรรมการเกษตร (Federal Institute for Agricultural Engineering)

เมือง Wieselburg ประเทศออสเตรีย และได้มีการเริ่มต้นโรงงานผลิตไบโอดีเซล ปี 2535 ที่เมือง Aschach ประเทศออสเตรีย แต่ต้องใช้เวลานานหลายปีกว่าที่ไบโอดีเซลจะเป็นเชื้อเพลิงที่ได้รับการยอมรับ และเชื่อถือได้สำหรับเครื่องยนต์ดีเซล รุ่นใหม่

องค์ประกอบสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้ไบโอดีเซล ได้รับความยอมรับจากลูกค้าเนื่องจากประเทศออสเตรีย ได้มีการกำหนดมาตรฐานของไบโอดีเซล (ONC 1190) และการกำหนดมาตรฐานของกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป (EN 14214) ซึ่งนำไปสู่การยอมรับ ไปโอดีเซลว่าเป็นเชื้อเพลิงที่มีความน่าเชื่อถือได้สำหรับเครื่องยนต์ดีเซล และอุตสาหกรรม อุปกรณ์การจุดระเบิด (Fuel injection equipment)

การพัฒนาการผลิตไบโอดีเซล

จากแนวโน้มราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการกำหนดมาตรฐานไบโอดีเซลของสหภาพยุโรป ส่งผลให้ไบโอดีเซลได้รับการยอมรับจากผู้ใช้อย่างกว้างขวางและประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกได้หันมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมไบโอดีเซลในระดับชาติ

ซึ่งการพัฒนาดังกล่าวได้ส่งผลให้เกิดโมเมนตัมต่อกันไปทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (มาเลเซีย,อินโดนีเซีย,สิงค์โปร์,จีน) อเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ (บราซิล,อาเจนติน่า,สหรัฐอเมริกา) และยุโรปตะวันออกเฉียงใต้ (โรมาเนีย,เซอร์เบีย) ซึ่งมีแผนการขยายกำลังการผลิตที่ท้าทายอย่างยิ่ง เช่น ปี 2010 ประเทศมาเลเซียต้องการที่จะมีส่วนแบ่งทางการตลาด 10% เช่นเดียวกันประเทศอินโดนีเซียได้มีการขยายพื้นที่การปลูกปาล์มจาก 3 ล้านเฮคเตอร์ในปี 2003 เป็น 7 ล้านเฮคเตอร์ ภายในปี 2008

ในการพัฒนาอุตสาหกรรมไบโอดีเซลอย่างยั่งยืนนั้น มีปัจจัยที่สำคัญ ดังนี้

-ทำการผลิตไบโอดีเซลคุณภาพดี ตามมาตรฐานที่กำหนด
-มีระบบจัดหาวัตถุดิบ และพืชผลที่นำมาใช้ในการผลิต
-ใช้เทคโนโลยีการผลิตไบโอดีเซลที่ยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพสูง
-เลือกสถานที่ตั้งโรงงานผลิตไบโอดีเซลที่ทำให้เกิดต้นทุนโลจิสติกส์ต่ำ
-ทำการวิจัยตลาดเพื่อหาความต้องการของผู้ใช้ที่ชัดเจน
-สร้างฐานข้อมูลของไบโอดีเซลที่มีข้อมูลพร้อม
-ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐในด้านการกำหนดนโยบาย และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

1.การประกันคุณภาพ
ในขณะที่เครื่องยนต์ดีเซล สมัยใหม่จำเป็นต้องมีประสิทธิภาพสูง และต้องมีสาร
ตกค้างในระดับต่ำ ไม่ว่าจะเป็นไฮโดรคาร์บอน (HC) หรือ ไนโตรเจนออกไซด์ (NOx) จากข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม
คุณภาพของเชื้อเพลิงดีเซลไม่ว่าจะเป็นแบบฟอสซิลหรือไบโอ ต้องมีคุณภาพในระดับสูงที่สุด ซึ่งประเทศในยุโรปได้กำหนดมาตรฐานของเชื้อเพลิงไบโอดีเซล EN 14214 ซึ่งครอบคลุมประเด็นสำคัญกว่า 30 เรื่อง

2.การจัดหาวัตถุดิบที่นำมาใช้ในการผลิต
ในปัจจุบันน้ำมันจากต้นเรพ (Rapeseed oil) ใช้เป็นวัตถุดิบส่วนใหญ่ที่ใช้ในการผลิตไบโอดีเซลที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดสูงในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป
ในขณะที่ น้ำมันปาล์ม เป็นวัตถุดิบในการผลิตไบโอดีเซลที่เป็นที่นิยมในประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซีย สำหรับในประเทศบราซิล และสหรัฐอเมริกามักจะนิยมใช้น้ำมันจากถั่วเป็นวัตถุดิบในการผลิต
นอกจากนี้ในบางประเทศจะมีการนิยมใช้น้ำมันที่ใช้แล้วจากร้านอาหารหรือไขมันสัตว์จากโรงชำแหละ
ในมุมมองเชิงพาณิชย์ การออกแบบโรงงานและเทคโนโลยีที่ดีต้องสามารถผลิตไบโอดีเซลได้จากวัตถุดิบที่หลากหลาย

3.การเลือกใช้เทคโนโลยีการผลิตไบโอดีเซลที่ยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพ

4. การเลือกสถานที่ตั้ง
ปัจจัยด้านโลจิสติกส์ส่งผลต่อผลกำไรในธุรกิจไบโอดีเซล เช่น ต้นทุนการขนส่งไบโอดีเซลไปยังลูกค้าเป้าหมาย ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะมีการค้าขายทั่วโลกในปริมาณมากด้วยราคาที่ต่ำ
ดังนั้นสถานที่ตั้งที่สามารถเข้าถึงท่าเรือน้ำลึกได้ จะมีต้นทุนที่ได้เปรียบสำหรับการจัดซื้อน้ำมันพืชจากเรือสินค้าในปริมาณมาก และการจำหน่ายไบโอดีเซลในปริมาณมาก

5.การหาความต้องการใช้ไบโอดีเซล
สภาพการณ์ของตลาดความต้องการได้รับอิทธิพล จากการออกมาตรการส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซล เช่น กลุ่มสหภาพยุโรปได้กำหนด ส่วนแบ่งการตลาดที่ต่ำที่สุดของไบโอดีเซลในช่วงเวลาต่าง ๆ ดังนี้
-มีส่วนแบ่งทางการตลาดของไบโอดีเซลอย่างน้อย 2% ในปี 2005
-มีส่วนแบ่งทางการตลาดของไบโอดีเซลอย่างน้อย 5.75% ในปี 2010
-และมีส่วนแบ่งทางการตลาดของไบโอดีเซลอย่างน้อย 10% ภายในปี 2020
จากมาตรการดังกล่าวจะส่งผลให้มีธุรกิจนำเข้าไบโอดีเซล เกิดขึ้นในกลุ่มสหภาพยุโรป และเป็นโอกาสทองในการลงทุนของประเทศผู้ผลิตวัตถุดิบและไบโอดีเซล เช่น ประเทศมาเลเซีย

6.ข้อมูลด้านไบโอดีเซล
ข้อมูลด้านไบโอดีเซลสามารถหาได้จากแหล่งข้อมูลที่หลากหลายโดยเฉพาะอย่างยิ่ง จากเว็บไซต์ ดังนี้
-European Biodiesel Board (www.ebb-eu.org)
-National Biodiesel Board (www.nbb.org)

7. การสนับสนุนจากภาครัฐ
มาตรการจากภาครัฐ เป็นตัวผลักดันที่สำคัญในการสนับสนุนการผลิตและการใช้ไบโอดีเซลในการขนส่งซึ่งมาตรการที่สำคัญได้ แก่
-การสนับสนุนทางการเงินสำหรับการผลิตน้ำมันพืชที่ใช้เป็นวัตถุดิบ
-การยกเว้นภาษี ณ หัวจ่ายสำหรับน้ำมันไบโอดีเซล
-การกำหนดส่วนแบ่งการตลาดที่ต่ำที่สุดของไบโอดีเซลในช่วงเวลาต่าง ๆ


ที่มา: บทความวิจัยเรื่อง "Biodiesel-Key Trends and Innovative Developments" โดย Siegfried MEYER ในการประชุมวิชาการ International Symposium on Agriculture ครั้งที่ 3 ณ ประเทศโครเอเชีย หน้า 12-16

ที่มา:http://www.logisticsdigest.com/index.php?option=com_content&task=view&id=2692&Itemid=73

[กลับไปหน้าก่อนหน้านี้]

 

สำนักโลจิสติกส์
กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่
75/10 ถนนพระรามที่ 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทร. 0 2202 3727, 0 2202 3617 โทรสาร 0 26444355
เว็บไซต์ : http://logistics.dpim.go.th
อีเมล์ : logistics@dpim.go.th
ดูแผนที่จาก Google Map

Free Counter
ข้อมูลใช้เพื่อการประชาสัมพันธ์...